วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมียนมาร์ จัดตักบาตรพระ 30,000 รูป


ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมียนมาร์  
จัดตักบาตรพระ 30,000 รูป
 
                      รัฐบาลมัณฑะเลย์ ร่วมกับมูลนิธิธรรมกาย และองค์กรภาคี เครือข่ายกว่า 30 องค์กร จัดงานตักบาตรพระ 30,000 รูป สืบสานพุทธประเพณี กระชับความสัมพันธ์ของพระสงฆ์และประชาชนทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้น

                     รัฐบาลมัณฑะเลย์ ร่วมกับมูลนิธิธรรมกาย และองค์กรภาคี เครือข่ายกว่า 30 องค์กรจัดงานตักบาตรพระ 30,000 รูป ณ สนามบิน Chanmyathazi เมือง มัณฑะเลย์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อสืบสานพุทธประเพณีตักบาตรของชาวพุทธ กระชับความสัมพันธ์ของพระสงฆ์และประชาชนทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้น ส่งเสริม การศึกษาพระปริยัติธรรมของพระภิกษุ-สามเณรในเมืองมัณฑะเลย์ และสร้างความเป็นปึกแผ่น ของคณะสงฆ์เถรวาทในภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน 
             งานเริ่มขึ้นเวลา 06.00 น. พุทธศาสนิกชนได้ แสดงตนเป็นพุทธมามกะ รับศีล นั่งสมาธิ จากนั้นเป็นพิธีกล่าวคําถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน ถวายไทยธรรม ถวายคิลานเภสัช และกล่าวคําอธิฐานจิต โดยได้รับความเมตตาจากเจ้าประคุณ สมเด็จพระภัททันตะ จันทิมาภิวังสะ อัคคมหาปัณฑิตะ อภิธชอัคคมหาสัทธัมมะโชติกะธะชะ รองประธานมหาสังฆนายกสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเป็นประธานสงฆ์ และพระเดชพระคุณพระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นประธานสงฆ์ฝ่ายไทย ได้รับเกียรติจาก U Zar Ni Aung ผู้แทนมุขมนตรีแห่งมัณฑะเลย์เป็นประธานฆราวาสฝ่ายเมียนมา และคุณพรสวรรค์ เต็มดวงจิตต์ เป็นประธานฆราวาสฝ่ายไทย

                ภายในงานยังมีฯพณฯ บิม เค อูดาสเอกอัครราชทูตเนปาลประจําประเทศ เมียนมา นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ กระทรวงวัฒนธรรม


                    พระมหานพพร ปุญฺญชโย ป.ธ.9 ประชาสัมพันธ์โครงการฯ กล่าวว่า งานตักบาตรพระ 30,000 รูปในครั้งนี้เป็นการเขียนประวัติศาสตร์ครั้งสําคัญร่วมกันของพุทธศาสนิกชนชาวเมียนมา และชาวไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับชาวพุทธทั่วโลกได้ตระหนักถึงพระคุณอันไม่มีประมาณ ขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า และคุณูปการของพระพุทธศาสนาอันเป็นแสงนํา ทางให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าถึงเป้าหมายที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์ และยังเป็นเสียง สะท้อนไปถึงชาวโลกผู้ใฝ่สันติทุกท่านให้ทราบว่า "สันติภาพที่แท้จริงบังเกิดขึ้นได้เมื่อทุกคนพบ สันติสุขภายใน"





                 กิจกรรมตักบาตรพระเมียนมาร์-ไทย จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 20 กันยายน 2558 มีคณะสงฆ์รับบิณฑบาตจํานวน 10,000 รูป ส่วนครั้งที่สองเมื่อ 21 มกราคม 2561 มีคณะสงฆ์รับบิณฑบาตจํานวน 20,000 รูป ซึ่งได้รับความสนใจจากนานาชาติและกระแสตอบรับ จากชาวเมียนมาร์เป็นจํานวนมากโดยมีผู้เข้าร่วมตักบาตรมากขึ้นทุกปี และได้มีการเผยแพร่ข่าวงาน บุญทั้งสองครั้งไปทั่วโลก จนเป็นที่มาของการจัดตักบาตรพระ 30,000 รูปในครั้งนี้

ขอบคุณ link ข่าว ....http://www.voicetv.co.th/read/3yImqmMNz




วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562

“สมเด็จธงชัย” วัดไตรมิตร รับการถวายโล่เกียรติคุณนานาชาติ


“สมเด็จธงชัย” วัดไตรมิตร 
รับการถวายโล่เกียรติคุณนานาชาติ 
  
                     เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2562 เวลา 13.00 น. คณะกรรมการจัดงานเสด็จประทานรางวัลเกียรติคุณนานาชาติ Maha Nāga awards -2019 นำโดย รศ.(พิเศษ) ดร.ยุพมาศ โภคสิริรักษ์ ดร.ชาญณรงค์ นักเรียง ดร.จำลองลักษณ์ สุจริตจันทร์ และนายพจน์ โพธิ์ศรี นำโล่และประกาศเกียรติคุณ ถวายแด่สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม​ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ประธานมูลนิธิร่มฉัตร เนื่องจากวันงาน เจ้าประคุณสมเด็จฯ ติดศาสนกิจการจัดประกวดการแข่งขันเพชรพระมงกุฏ จึงไม่สามารถเดินทางไปรับการถวายรางวัลได้
                วันเดียวกันนี้ คณะกรรมการจัดงานเสด็จประทานรางวัลเกียรติคุณนานาชาติ Maha Nāga awards -2019 จึงนำโล่และประกาศเกียรติคุณดังกล่าว ถวายแด่พระเทพกิตติเวที (ฉ่ำ ปุญฺญชโย) เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เจ้าคณะภาค 17 ซึ่งวันงานพระเดชพระคุณติดศาสนกิจต่างจังหวัด เดินทางมาร่วมงานไม่ทัน โดยก่อนหน้านี้ คณะกรรมการจัดงาน ได้นำโล่และใบประกาศเกียรติคุณถวายแด่พระธรรมกิตติเมธี(เกษม สัญญโต) กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส เจ้าคณะภาค 16-17-18 ธรรมยุต ประธานศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ซึ่งวันงาน พระเดชพระคุณติดศาสนกิจต่างประเทศ ทำให้ไม่สามารถเดินทางมารับการถวายรางวัลได้

 ขอบคุณ link ข่าว....http://bit.ly/2DXjHDe

"สมเด็จพระมหาวีรวงศ์" 

เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ 

“โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข”...



              เมื่อวันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09.00 น. ณ วัดหัวลำโพง แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ฝ่ายสาธารณูปการ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ “โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข” สร้างสัปปายะสู่วัดด้วยวิถี 5ส ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการฯ ตามแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ตามมติมหาเถรสมาคม โดยมีพระเดชพระคุณพระธรรมสุธี เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ถวายสักการะ และถวายรายงาน จากนั้น เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กล่าวเปิดการประชุมฯ และให้โอวาทแก่เจ้าคณะพระสังฆาธิการผู้เข้าประชุมฯ
                จากนั้น เป็นการบรรยาย เรื่อง “กระบวนการ และขั้นตอนการดำเนินงานโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข : สร้างสัปปายะด้วยวิถี 5ส” โดย พระเดชพระคุณพระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ประธานอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ฝ่ายสาธารณูปการ ของมหาเถรสมาคม และนายจีรวิชญ์ นิยมธรรม รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
               โดยพระเดชพระคุณพระธรรมรัตนาภรณ์ ได้บรรยายเกี่ยวกับ 3579 คือ 3 พันธกิจ, 5ส เครื่องมือ, 7 แนวทางการดำเนินงาน และ 9 แนวปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งมีรายละเอียดการบรรยายโดยสรุป ดังนี้    3 พันธกิจ คือ 
1. การพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพของวัดและชุมชนให้สะอาด ร่มรื่น สวยงาม เป็นสถานที่สัปปายะ, 2.การพัฒนาพื้นที่ทางสังคมและการเรียนรู้ของวัดและชุมชนด้วยวิถีวัฒนธรรมเชิงพุทธ และ 3. การพัฒนาพื้นที่จิตใจและปัญญาของวัดและชุมชนตามแนวพระพุทธศาสนา
  •  เครื่องมือในการดำเนินงานเพื่อสร้างสัปปายะสู่วัด 5 ส คือ สะสาง, สะดวก, สะอาด, สร้างมาตรฐาน และสร้างวินัย

  • อีก 7 แนวทางการดำเนินงานสร้างสัปปายะสู่วัดด้วยวิถี 5ส คือ 
  • 1. กำหนดคณะกรรมการ, 
  • 2. ประกาศนโยบาย, 
  • 3. อบรมให้ความรู้, 
  • 4. สำรวจพื้นที่ จัดทำแผนผังวัด และวิเคราะห์พื้นที่เพื่อการพัฒนา, 
  • 5. จัดทำแผนปรับปรุง, 
  • 6. ลงมือปฏิบัติ 
  • 7. สรุปผลการดำเนินงาน

  • ปฏิบัติในการพัฒนาพื้นที่ 5ส ในวัด  9 แนว คือ 
  • 1. ป้ายชื่อวัด บริเวณหน้าวัด และแผนผังวัดโดยสังเขป, 
  • 2. การจัดการจราจร ป้ายจราจร และที่จอดรถ, 
  • 3. การจัดระบบคลังวัสดุสงฆ์ และการควบคุมการเบิก-จ่ายสิ่งของ, 
  • 4. ห้องน้ำ, 
  • 5. การจัดการขยะ, 
  • 6. สภาพแวดล้อมทั่วไป (ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย ของพื้นที่เปิดโล่งต่างๆ ภายในวัด), 
  • 7. ระบบไฟฟ้า และการป้องกันอัคคีภัย, 
  • 8. โรงครัว และ 
  • 9. อาคารเสนาสนะต่างๆ ภายในวัด
               ส่วนในภาคบ่าย เป็นการบรรยาย เรื่อง “แนวปฏิบัติการดำเนินงานโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข : สร้างสัปปายะสู่วัดด้วยวิถี 5ส” โดย พระเดชพระคุณพระเทพปวรเมธี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รองประธานอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ฝ่ายสาธารณูปการ ของมหาเถรสมาคม ต่อด้วย การบรรยาย หัวข้อ “การบูรณาการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข : สร้างสัปปายะสู่วัดด้วยวิถี 5ส กับโครงการวัดส่งเสริมสุขภาพ, พระคิลานุปัฏฐาก, การหารือและคัดเลือกวัดในระดับแขวง-เขตในการดำเนินการตามโครงการฯ โดย พระเดชพระคุณพระสุธีรัตนบัณฑิต คณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ฝ่ายสาธารณูปการ ของมหาเถรสมาคม คณะทำงานวัดส่งเสริมสุขภาพ และในท้ายที่สุด พระเดชพระคุณพระธรรมสุธี เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวปิดการประชุมฯ.           

ขอบคุณ link ข่าว....  http://bit.ly/2Po7Hj9

วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562

วัดเรืองแสง สุดงามตา

โซเชียลแห่แชร์ภาพ อันซีนเมืองไทย

 บรรยากาศวัดเรืองแสง


โซเชียลแห่แชร์ภาพ อันซีนเมืองไทย บรรยากาศวัดเรืองแสง กับดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ที่จังหวัดอุบลราชธานี

ช่วงนี้บรรยากาศในหลายภูมิภาคเริ่มหนาวเย็น โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ นักท่องเที่ยวต่างเดินทางขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นบนยอดดอย ซึ่งหลายๆพื้นที่บนยอดดอยอุณหภูมิอยู่ที่เลขตัวเดียวแล้ว

แต่ในขณะเดียวกัน สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยยังมีอีกมากมาย ที่รอนักท่องเที่ยวไปสัมผัสกับบรรยากาศอันสวยงาม อย่างที่วัดเรืองแสงแห่งนี้ ที่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบในการถ่ายภาพต้องประทับใจอย่างแน่นอน

ภาพที่เห็นสวยๆอยู่นี้ คือภาพที่วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว  หรือนิยมเรียกกันว่า วัดเรืองแสง ตั้งอยู่ที่  อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง โดยจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์หรือเขาไกรลาศ  บริเวณบนยอดเขาจะมองเห็นพระอุโบสถสีปัดทองตั้งเด่นเป็นสง่า 

สำหรับจุดเด่นของวัดคือการที่นักท่องเที่ยวจะได้มาสัมผัสบรรยากาศวัดที่เรืองแสง และเต็มไปด้วยดวงดาวเต็มท้องฟ้า โดยนักท่องเที่ยวจะชมภาพเรืองแสง ของต้นกัลปพฤกษ์ที่เป็นจิตรกรรมที่อยู่บนผนังด้านหลังของอุโบสถในยามค่ำคืน 






เครดิตภาพ "หนึ่ง นครนายก" ทีมตระเวนข่าว 123 คนดีมีน้ำใจ

ขอบคุณ link ข่าว...https://www.komchadluek.net/news/regional/402715?twitter=

วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

มหาเถรสมาคม... แต่งตั้งตำแหน่งเจ้าคณะภาค ๒๖ รูป

มหาเถรสมาคมแต่งตั้งพระสังฆาธิการ
ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค

*************

               มหาเถรสมาคม แต่งตั้งเจ้าคณะภาคทั่วประเทศ มหานิกาย ๑๘ รูป ธรรมยุต ๘ รูป "เจ้าคุณเชิด" วัดสุทัศน์ เจ้าคณะภาค ๔ "เจ้าคุณเก็ง"    วัดไตรมิตรฯ เจ้าคณะภาค ๘...

             วันนี้ (๒๘ พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ ๒๘/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๒๐ พ.ย. มีมติแต่งตั้งเจ้าคณะภาค ในส่วนของมหานิกาย จำนวน ๑๘ รูป คือ 



เจ้าคณะภาค ๑

พระเทพสุธี (สายชล ฐานวุฑฺโฒ ป.ธ.๙)

วัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๒
พระเทพวิสุทธิโสภณ (เฉลา เตชวนฺโต ป.ธ.๙)
วัดราชคฤห์วรวิหาร กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๓
พระธรรมปริยัติโมลี (อาทร อินฺทปญฺโญ ป.ธ.๙)
วัดบพิตรพิมุข กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๔
พระวิสุทธาธิบดี (เชิด จิตฺตคุตฺโต ป.ธ.๙)
วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๕
พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.๙)
วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๖
พระเทพเวที (พล อาภากโร ป.ธ.๙)
วัดสังเวชวิศยาราม กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๗
พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.๗)
วัดปทุมคงคา กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๘
พระธรรมคุณาภรณ์ (เก็ง อาสโภ ป.ธ.๙)
วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๙
พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ โกวิโท ป.ธ.๙)
วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๑๐
พระเทพวิสุทธิโมลี (พรหมา สปฺปญฺโญ ป.ธ.๙)
วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๑๑
พระธรรมเจดีย์ (สมคิด เขมจารี ป.ธ.๙)
วัดทองนพคุณ กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๑๒
พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย ป.ธ.๗)
วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๑๓
พระพรหมกวี (ประกอบ ธมฺมเสฏฺโฐ ป.ธ.๙)
วัดกัลยาณมิตร กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๑๔
พระธรรมโพธิมงคล (สมควร ปิยาสีโล ป.ธ.๙)
วัดนิมมานรดี กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๑๕
พระพรหมเวที (สุเทพ ผุสฺสธมฺโม ป.ธ.๙)
วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม


เจ้าคณะภาค ๑๖
พระธรรมวิมลโมลี (พงศ์สรร อสิญาโณ ป.ธ.๙)
วัดไตรธรรมาราม จังหวัดสุราษฏร์ธานี


เจ้าคณะภาค ๑๗
พระเทพกิตติเวที (ฉ่ำ ปุญฺญชโย ป.ธ.๙)
วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร


เจ้าคณะภาค ๑๘
พระเทพสิทธิมุนี (บุญสิน อุตฺตมชาโต ป.ธ.๙)
วัดดุสิดาราม กรุงเทพมหานคร



*******************************

แต่งตั้งคณะสงฆ์ธรรมยุต  เป็นเจ้าคณะภาคจำนวน ๘ รูป คือ ...

๑.สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) วัดเทพศิรินทราวาส เป็นเจ้าคณะภาค ๑-๒-๓ และ ๑๒-๑๓ (ธรรมยุต) 

๒.สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เจ้าคณะภาค ๔-๕-๖-๗ (ธรรมยุต) 

๓.พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินธโร) วัดประชานิยม จ.กาฬสินธุ์ เป็น เจ้าคณะภาค ๘ (ธรรมยุต) 

๔.พระเทพดิลก (วัชรพันธ์ นันทิโย) วัดปทุมวนาราม เป็นเจ้าคณะภาค ๙ (ธรรมยุต) 

๕.พระธรรมธัชมุนี (อมร ญาโณทโย) วัดปทุมวนาราม เป็น เจ้าคณะภาค ๑๐ (ธรรมยุต)

๖.พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสสโร) วัดเครือวัลย์ เป็นเจ้าคณะภาค ๑๑ (ธรรมยุต) 

๗.พระเทพเจติยาจารย์ (ยุทธศักดิ์ กิตติยุตโต) วัดโสมนัสวิหาร เป็นเจ้าคณะภาค ๑๔-๑๕ (ธรรมยุต) 

๘.พระธรรมกิตติเมธี (เกษม สญฺญโต) วัดราชาธิวาสวิหาร เป็นเจ้าคณะภาค ๑๖-๑๗-๑๘ (ธรรมยุต)... 



ขอบคุณข่าว...https://dailynews.co.th/education/744124

ภาพจาก...เพจ พัดยศ สมณศักดิ์พระสงฆ์ไทย
https://web.facebook.com/Pramahamint/?__tn__

คณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานีรวมพลังสร้างสัปปายะใน “โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข”

คณะสงฆ์ และจิตอาสา...
ทำความดีสร้างพลังสัปปายะให้พุทธศาสนสถาน
...............................
            จากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก  ได้นำเสนอข่าวคณะสงฆ์และจิตอาสา ปทุมธานี ช่วยกันทำความสะอาดศาสนสถาน     สร้างสัปปายะให้กับวัดวาอาราม....

             เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ที่อุโบสถวัดพระธรรมกาย ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จิตอาสาชาวคลองสาม 500 คน พร้อมคณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานีรวมพลังสร้างสัปปายะใน “โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข” และร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว



             โดยมีพระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์ อิทฺธิจินฺตโก เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีนายนิพนธ์ แก้วธรรม รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยพระสงฆ์ ผู้นำชุมชน ประธานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร อาสาสมัคร นักเรียน และประชาชนผู้มีจิตอาสาอันเป็นกุศล พร้อมเพรียงกันเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวน 500 คน แบ่งเป็น 7 กลุ่ม โดยร่วมกันสร้างสัปปายะสู่วัดตามแบบแผนที่เตรียมการไว้ ประกอบด้วย การ กวาดพื้นถนน, กวาดและเก็บใบไม้, กวาดและถูพื้นอุโบสถ, เช็ดเสาอุโบสถ เป็นต้น ท่ามกลางบรรยากาศแห่งรู้รักสามัคคี มั่นศรัทธาในพระพุทธศาสนา และอิ่มบุญปลื้มใจกันถ้วนหน้า




           สำหรับการจัดกิจกรรม   “รวมพลังสร้าง    สัปปายะ” นี้ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามปฏิทินการดำเนินงานโครงการฯ โดยองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ได้ประสานความร่วมมือกับวัดพระธรรมกาย, มูลนิธิธรรมกาย, คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย, ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดปทุมธานี, ชมรมรักษ์บวร รักษ์ศีล 5, สมาพันธ์หมู่บ้านจัดสรรอำเภอคลองหลวง, ชมรมเรารักคลองสามผู้นำชุมชน, กลุ่มอาสาสมัคร, สถานศึกษา และภาคีเครือข่ายฯ ขับเคลื่อนดำเนินงาน “โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” 

             การดำเนินกิจกรรม “สร้างสัปปายะสู่วัดด้วยวิถี 5ส ที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม” ตามมติมหาเถรสมาคม และแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ฝ่ายสาธารณูปการ ของมหาเถรสมาคม ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน เพื่อการนำหลักพุทธธรรมเรื่องสัปปายะ และแนวคิดของระบบ 5 ส ลงสู่บริบทของวัด และชุมชน, 

              ควบคู่กับการมุ่งส่งเสริมให้วัดเป็นพื้นที่ต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพ การเรียนรู้ และจิตใจของชุมชน, โดยการขยายผลหลักพุทธธรรมเรื่องสัปปายะ และแนวคิดของ 5 ส รวมถึงหลักความรับผิดชอบต่อสังคมสู่ประชาชน โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง รวมถึงองค์กร และประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วม, ซึ่งทั้งหมดนี้ ย่อมจักนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งสุขภาวะอย่างยั่งยืนสืบไป.




ภาพ/ข่าว : ประทีป ผ่องผุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ปทุมธานี

ขอบคุณ link ข่าว .... https://www.komchadluek.net/news/local/401597

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

UNESCO ยกย่อง พระไทย เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ

UNESCO ยกย่อง หลวงปู่มั่น

 -สมเด็จพระมหาสมณเจ้า 

กรมพระยาวชิรญาณวโรรส 

เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ

.............................


              ถือเป็นข่าวที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายปลาบปลื้มใจอย่างที่สุด เมื่อในวาระครบรอบบุคคลสำคัญ และเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ในวาระปี 2563-2564 "ยูเนสโก" ได้ยกย่อง"พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต" ซึ่งจะครบรอบ 150 ปีชาตกาล (20 ม.ค.63) และ"สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส" ครบ 100 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ (2 ส.ค. 2464) เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ เช่นเดียวกันกับสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

                 

            
 "หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต" หรือนามตามสมณศักดิ์ว่า พระครูวินัยธรมั่น ภูริทตฺโต เป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ผู้เป็นบูรพาจารย์สายพระป่าในประเทศไทย

           
ท่านเกิดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2413 ที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เป็นบุตรคนที่ 5 จากพี่น้องรวม 9 คน เมื่อท่านอายุได้ 15 ปี ได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดบ้านคำบง เมื่อบวชได้ 2 ปี บิดาขอร้องให้ลาสิกขาเพื่อช่วยการงานทางบ้าน

           
ต่อมา "หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล" ได้ธุดงค์มาปักกลดอยู่ที่ บ้านคำบง พระอาจารย์มั่นในขณะเป็นฆราวาส จึงเข้าถวายการรับใช้ และมีจิตศรัทธาในข้อวัตรปฏิบัติของหลวงปู่เสาร์ ต่อมาได้ถวายตัวเป็นศิษย์ติดตามเดินทางเข้าเมืออุบลราชธานี

           
เมื่อท่านอายุได้ 23 ปี ในวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2436 ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดเลียบ อ.เมืองฯ จ.อุบลราชธานี โดยมี พระอริยกระวี (อ่อน ธมฺมรกฺขิโต) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสีทา ชยเสโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูประจักษ์อุบลคุณ (สุ่ย ญาณสโย) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับขนานนามเป็นภาษามคธว่า "ภูริทตฺโต แปลว่า ผู้ให้ปัญญา"

            "
พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต" ได้ปฏิบัติตนตามแนวทางคำสอนพระศาสดาอย่างเคร่งครัด และยึดถือธุดงควัตรด้วยจริยวัตรปฏิปทา งดงาม จนได้รับการยกย่องจากผู้ศรัทธาทั้งหลายว่า เป็นพระผู้เลิศทางธุดงควัตร ... ท่านวางแนวทางในการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนาตามหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้แก่สมณะ ประชาชน อย่างกว้างขวาง จนมีพระสงฆ์และฆราวาสเป็นลูกศิษย์จำนวนมาก แนวคำสอนของท่านเป็นที่รู้จักกันดีในนามว่า คำสอนพระป่า (สายพระอาจารย์มั่น)

             
หลังจากท่านมรณภาพ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492 ยังคงมีพระสงฆ์ที่เป็นลูกศิษย์ของท่านสืบต่อแนวปฏิปทา ธรรมปฏิบัติของท่านสืบมา โดยลูกศิษย์มักถูกเรียกขานว่า "พระกรรมฐานสายวัดป่า" หรือ "พระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น" ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านได้รับยกย่องจากผู้ศรัทธาให้เป็น "พระอาจารย์ใหญ่สายวัดป่า" หรือ พระอาจารย์ใหญ่แห่งวงศ์พระกรรมฐานวัดป่า สืบมาจนปัจจุบัน...







                  
"สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส" เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จสถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ได้รับมหาสมณุตตมาภิเษก เมื่อปี พ.ศ.2453 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรงพระอิสริยยศ 11 พรรษา สิ้นพระชนม์เมื่อปีพ.ศ. 2464 พระชันษา 61 ปี

             
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาแพ ประสูติเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2403 ในวันที่พระองค์ประสูตินั้น ฝนตกหนักมากราวกับฟ้ารั่ว เหมือนนาคให้น้ำบริเวณนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานนามว่า "พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ" ต่อมา เจ้าจอมมารดาแพถึงแก่กรรมลงในขณะที่พระองค์มีพระชันษาเพียง 1 ปี พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุตรี ซึ่งมีศักดิ์เป็นพระมาตุจฉา จึงทรงรับไปเลี้ยงดู เมื่อทรงเจริญวัยทรงพระดำเนินได้ รับสั่งได้คล่องแคล่ว จึงเสด็จพำนักอยู่กับท้าวทรงกันดาล (ศรี) ซึ่งเป็นยายแท้ ๆ

               
เมื่อพระชันษาได้ 8 ปี ทรงเริ่มศึกษาภาษาบาลี จนสามารถแปลธรรมบทได้ก่อนผนวชเป็นสามเณร นอกจากนี้ยังทรงศึกษาภาษาอังกฤษ และโหราศาสตร์อีกด้วย ถึงปี พ.ศ. 2416 เมื่อพระชันษาได้ 13 ปี ได้ทรงผนวชเป็นสามเณร โดยมี "สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์" เป็นพระอุปัชฌาย์ และ หม่อมเจ้าพระธรรมมุณหิศธาดา (สีขเรศ วุฑฺฒิสฺสโร) ทรงเป็นผู้ประทานศีล 10 หลังจากทรงบรรพชาแล้วได้ประทับอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ประมาณ 2 เดือน จึงทรงลาผนวช

               
ครั้นครบปีบวช พระชันษา 20 ปี ได้ทรงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2422 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็นพระอุปัชฌายาจารย์ และพระจันทรโคจรคุณ (ยิ้ม จนฺทรํสี) วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร อยู่ 1 พรรษา จึงย้ายไปประทับที่วัดมกุฏกษัตริยาราม เพื่อศึกษาข้อวัตรปฏิบัติของพระจันทรโคจรคุณผู้เป็นพระอาจารย์

                      พระองค์ได้ทรงปรับปรุงการพระพุทธศาสนา และทางคณะสงฆ์ในด้านต่างๆ เป็นอันมากโดยเริ่มงานตั้งแต่เสด็จไปตรวจการคณะสงฆ์ในหัวเมืองต่างๆ เกือบทั่วราชอาณาจักร โดยกระทำอย่างต่อเนื่องทุกปี เกือบตลอดพระชนม์ชีพ ทำให้ทรงทราบความเป็นไปของคณะสงฆ์ และของ ประชาชนในภูมิภาคต่างๆ เป็นอย่างดี และนำข้อมูลและปัญหาต่างๆ มาปรับปรุง แก้ไขในทุกๆด้าน
       

ขอบคุณข่าว...https://mgronline.com/politics/detail/9620000113603

ชนะวิกฤต​ Covid-19 ด้วยการสวดมนต์เป็นไปได้จริงหรือไม่

ชนะวิกฤต​ Covid-19   ด้วยการสวดมนต์เป็นไปได้จริงหรือไม่       ช่วงนี้คงได้ข่าวเกี่ยวกับ รมต.สำนักนายก ได้เสนอให้มหาเถรสมาคม  ถ่ายท...