วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ความเป็นมาของการฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา

ลูกนิมิตคืออะไร ???

             ลูกนิมิต ก็คือ ลูกหินกลมๆที่ใช้ฝังเพื่อเป็นเครื่องหมายบอกให้ทราบว่าตรงไหนเป็นเขตอุโบสถหรือโบสถ์ เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้เป็นที่ประกอบสังฆกรรมนั่นเอง

                 เหตุที่ต้องมี " นิมิต ” เป็นเครื่องหมายบอกว่าตรงไหนเป็นโบสถ์ ก็สืบเนื่องมาจากในสมัยพุทธกาล เมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศศาสนาแล้ว ภายหลังได้มีผู้เข้ามาบวชเป็นพระภิกษุสาวกมากขึ้น พระองค์จึงได้ส่งพระภิกษุเหล่านี้ออกไปเผยแผ่พระศาสนาตามที่ต่างๆ ซึ่งการที่พระภิกษุออกไปอยู่ห่างไกลจากพระพุทธองค์นั้น ก็เท่ากับห่างจากการฟังพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์

               อีกทั้ง พระสงฆ์ที่บวชแล้วก็มิใช่ว่าจะบรรลุพระอรหันต์กันทุกองค์ ดังนั้น อาจจะเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งของพระพุทธองค์ที่ต้องการให้มีการทบทวนพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์อยู่เสมอ รวมทั้งให้สงฆ์ได้มีการปรึกษาหารือเพื่อแก้ปัญหาหรือทำกิจบางประการร่วมกัน ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงได้กำหนดให้ พระสงฆ์ต้องประชุมร่วมกัน หรือที่เรียกว่า ทำสังฆกรรม ในบางเรื่อง เช่น การสวดปาติโมกข์ การบวชพระ การกรานกฐิน และการปวารณากรรม เป็นต้น โดยกำหนดให้ทำสังฆกรรมในบริเวณที่กำหนดไว้เท่านั้น เพื่อมิให้ฆราวาสมายุ่งเกี่ยว

                   ในสมัยแรกๆพระภิกษุยังไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน แม้ว่าต่อมาจะมีผู้ถวายพื้นที่เป็นวัดให้พระอยู่ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นป่าตามธรรมชาติ เช่น วัดเวฬุวัน (ป่าไผ่) ดังนั้น เมื่อพระสงฆ์ต้องจาริกไปยังที่ต่าง ๆ จึงทรงให้ หมายเอาวัตถุบางอย่างเป็นเครื่องกำหนดเขตแดน ขึ้น เรียกว่า การ ผูกสีมา (คำว่า " สีมา ” แปลว่า " เขตแดน ” ) ซึ่งพระพุทธองค์ได้กำหนดไว้ ๘ ประการ ได้แก่ ภูเขา ศิลา ป่าไม้ ต้นไม้ จอมปลวก หนทาง แม่น้ำ และ น้ำนิ่ง และเรียกเครื่องหมายบอกเขตแดนนี้ว่า " นิมิต ”

                 แต่นิมิตเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งมีอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้การกำหนดเขตแดนที่จะทำสังฆกรรมเวลาผ่านไปมักจะคลาดเคลื่อน จึงมีการกำหนดนิมิตใหม่   คือ เป็นนิมิตที่จัดสร้างหรือทำขึ้นเฉพาะ เช่น บ่อ คู สระ และก้อนหิน โดยเฉพาะก้อนหินเป็นที่นิยมกันมาก เพราะทนทานและเคลื่อนย้ายได้ยาก ครั้นเมื่อเทคโนโลยี่ มีความก้าวหน้ามากขึ้น จึงได้มีการประดิษฐ์ก้อนหินให้เป็นลูกกลมๆเป็นเครื่องหมายที่ค่อนข้างถาวรขึ้นแทน และเรียกกันว่า " ลูกนิมิต ” ดังที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน


                 " การฝังลูกนิมิต ” นี้   มีชื่อเรียกเป็นทางการอีกอย่างหนึ่งว่าการ " ผูกพัทธสีมา ” (ซึ่งก็แปลว่า เขตทำสังฆกรรมที่กำหนดตามพุทธานุญาต) โดยปัจจุบันจะเริ่มจากพระสงฆ์ประชุมพร้อมกันในโบสถ์ เพื่อทำพิธี สวดถอน มิให้อาณาบริเวณที่จะกำหนดนี้ไปทับที่ที่เคยเป็นสีมา หรือเป็นที่ที่มีเจ้าของครอบครองอยู่ก่อน เมื่อพระสงฆ์สวดถอนเป็นแห่ง ๆ ไปตลอดสถานที่ที่กำหนดเป็นเขตแดนทำสังฆกรรมแล้วว่ามีอาณาเขตเท่าใด

                 โดยทั่วไป ลูกนิมิตที่ใช้ผูกสีมา  ไม่ได้กำหนดไว้ว่ามีจำนวนกี่ลูก  ส่วนใหญ่จะใช้ 9  ลูก เพราะมี 8 ทิศ  ลูกเอกอีก 1 ลูก  บางวัดก็แตกต่างกันไป เช่น  ที่อุโบสถวัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ก   ฝังลูกนิมิต109 ลูก .... บางวัดใช้ลูกนิมิต 273 ลูก  ที่วัดนาโปร่ง  จ. อุตรดิตถ์    หรือ บางวัดใช้ ลูกนิมิตยักษ์  (วัดสว่างอารมณ์ ใหญ่เท่าตึก 2 ชั้น)   วัดดังอยุธยา สร้างลูกนิมิตจำลองใหญ่ที่สุดในโลก เส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร  ฯลฯ   ซึ่งแล้วแต่ความเห็นสมควรในแต่ละวัด  

               
                  เมื่อจะผูกสีมาพระสงฆ์จำนวนอย่างน้อย ๔ รูป  จะเดินตรวจลูกนิมิตที่วางไว้ตามทิศต่างๆ โดยเริ่มตั้งแต่ทิศตะวันออกเป็นต้นไป เรียกว่า สวดทักสีมา จนครบทุกทิศและมาจบที่ทิศตะวันออกอีกครั้งเพื่อให้แนวนิมิตบรรจบกัน

                 เมื่อสวดทักนิมิตจบแล้วก็จะกลับเข้าไปประชุมสงฆ์ในอุโบสถ และสวดประกาศสีมาอีกครั้ง 
 

                 หลักในการวางลูกนิมิตตามทิศต่าง ๆ ดังนี้ 

1.  ทิศตะวันออก (ทิศบูรพา) ลูกที่อยู่ด้านหน้าของอุโบสถ ถือเป็นลูกบริวารที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เป็นลูกแรกที่ต้องเริ่มนับ ยกเว้นลูกกลางสะดือโบสถ์ ดังนั้น จึงเปรียบนิมิตลูกนี้เหมือนปฐมสาวก หรือ พระสาวกองค์แรกของพระพุทธเจ้า คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ พระอัครสาวกผู้ได้รับยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะผู้รู้ราตรีกาลนาน คือ มีความรู้มาก ผ่านโลกมามาก เนื่องจากท่านเป็นผู้เดียว ที่เมื่อยังเป็นดาบสที่ทำนายพระราชกุมารรคือพระพุทธเจ้าเมื่อมีพระประสูติกาล และทำนายว่าพระองค์จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า และพระดาบสก็เฝ้ารอการบรรพชาของพระองค์เพื่อจะได้ออกบวชตามพระองค์ และถวายตัวเป็นพระอัครสาว การฝังลูกนิมิตไว้ด้านทิศตะวันออกเพื่อเป็นการบูชาพระอัญญาโกณฑัญญะ เป็นการอัญเชิญและบูชาพระจันทร์ เทพผู้คุ้มครองสถานที่ส่วนด้านหน้าของอุโบสถ

2. ทิศตะวันออกเฉียงใต้ (ทิศอาคเนย์) หรือด้านหน้าฝั่งขวาของอุโบสถ การฝังลูกนิมิตไว้ทางทิศนี้ เพื่อบูชา พระมหากัสสปะเถระ พระอัครสาวกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะผู้ทรง
ธุดงค์คุณ
 ซึ่งต่อมาได้เป็นประธานสงฆ์ทำสังคายนา เป็นการอัญเชิญและบูชาพระอังคารเทพผู้คุ้มครองสถานที่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอุโบสถอีกองค์หนึ่ง

3.  ทิศใต้ (ทิศทักษิณ) เป็นลูกนิมิตที่อยู่ด้านขวาของอุโบสถ เป็นการบูชาพระสารีบุตร พระอัครสาวกฝ่ายขวา พระอัครสาวกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะผู้เลิศในทางปัญญา เป็นการอัญเชิญและบูชาพระพุธ เทพผู้คุ้มครองสถานที่ด้านทิศใต้ของอุโบสถ

4. ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (ทิศหรดี) หรือทิศด้านหลังฝั่งขวาของอุโบสถ การฝังลูกนิมิตทางด้านทิศนี้ เพื่อบูชาพระอุบาลีเถระ พระอัครสาวกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะผู้เลิศในทางวินัย และเป็นการอัญเชิญและบูชาพระเสาร์ ซึ่งเป็นเทพหนึ่งในนพเคราะห์ทั้ง ๙ คือ เทพผู้ดูแลคุ้มครองสถานที่ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุโบสถ

5.  ทิศตะวันตก (ทิศประจิม) เป็นลูกนิมิตที่ฝังอยู่ด้านหลังของตัวอุโบสถ เป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายของเงา ซึ่งเปรียบได้กับพระเถระที่เป็นพุทธอุปัฏฐาก คอยเฝ้าติดตามดูแลปรนนิบัติรับใช้พระพุทธองค์เหมือนเงาตามตัว ดังนั้น การฝังลูกนิมิตทางทิศนี้ เพื่อเป็นการบูชา พระอานนท์เถระ พระอัครสาวกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะผู้เลิศในทางพหูสูตและเป็นมหาพุทธอุปัฎฐากแด่พระพุทธเจ้า และอัญเชิญบูชาพระพฤหัสบดี เทพคุ้มครองทิศตะวันตก

6. ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (ทิศพายัพ) การฝังลูกนิมิตที่ฝังอยู่ด้านหลังฝั่งซ้ายของอุโบสถทางด้านทิศนี้ เป็นการบูชา พระควัมปติเถระ พระอัครสาวกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะผู้เลิศในทางลาภสักการะและรูปงาม ท่านเป็นพระอรหันต์องค์ที่ ๑๐ ของโลก และเป็นสหาย ๑ ใน ๔ ของพระยสะกุลบุตรอีกทั้งเป็นบุตรของนางสุชาดาผู้ถวายข้าวมธุปายาสในวันก่อนที่พระพุทธเจ้าจะได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ และอัญเชิญบูชาพระราหู ซึ่งเป็นเทพประจำทิศนี้

7. ทิศเหนือ (ทิศอุดร) ลูกนิมิตที่ฝังทางด้านทิศนี้ถือเป็นลูกที่มีความสำคัญอีกลูกหนึ่ง ซึ่งอยู่ด้านซ้าย ของตัวอุโบสถ เพื่อเป็นการบูชา พระมหาโมคคัลลานะ พระอัครสาวกฝ่ายซ้ายของพระพุทธเจ้า ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะผู้เลิศในทางแสดงฤทธิ์ และอัญเชิญบูชาพระศุกร์เทพคุ้มครองรักษาประจำทิศนี้

8. ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (ทิศอีสาน) ลูกนิมิตที่ฝังอยู่ด้านหน้าฝั่งซ้ายของอุโบสถทางทิศเหนือนี้ เป็นสัญญลักษณ์แห่งความผูกพัน มีผลทางด้านจิตใจ ถือเป็นทิศสุดท้าย เพื่อเป็นการบูชา พระราหุลเถระ ซึ่งเป็นพระโอรสของเจ้าชายสิทธัตถะ พระอัครสาวกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะผู้เลิศในทางการศึกษา และอัญเชิญบูชาพระอาทิตย์เทพผู้คุ้มครองรักษาประจำทิศ        
                  
                     เราชาวพุทธควรมีการทำบุญหรือเข้าพิธีในการฝังลูกนิมิตสักครั้งในชีวิต เพราะประเพณีในการฝังลูกนิมิตมีความเชื่อกันว่าจะได้รับอานิสงส์มากมายทั้ง 6 ประการ คือ
1. จะไม่มีโรคภัยไข้เจ็บทุกชาติ ปราศจากอุปัททวะ (อุ-ปัด-ทะ-วะ สิ่งอัปมงคล) ทั้งหลาย
2. จะไม่เกิดในตระกูลต่ำ ไม่ยากจน  มีความอุดมสมบูรณ์
3. หากเกิดในมนุษย์โลกก็จะเกิดเป็นท้าวพระยามหากษัตริย์ ?หรือเกิดในตระกูลที่ดี
4. หากเกิดในเทวโลกก็จะเกิดเป็นท้าวสักกเทวราช
5. จะสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีฐานะ มีคนให้เกียรติ ?มีผิวพรรณผ่องใส
6. จะมีอายุยืนนาน มีสุขภาพที่แข็งแรง

               นอกจากนี้ ในพิธีผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิตนั้นนิยมจะใส่สมุด ดินสอ เข็ม และด้าย เป็นต้น ลงไปในหลุมที่ฝังลูกนิมิตด้วย ทั้งนี้เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นนิมิตหมายแห่งความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ได้สร้างบุญ ซึ่งขอนำมาอรรถาธิบายโดยสังเขป ดังนี้
                   เข็ม หมายถึง ความเป็นผู้มีปัญญา สามารถรู้แจ้งแทงตลอดอย่างทะลุปรุโปร่ง
                   ด้าย หมายถึง ความเป็นผู้มีอายุยืนยาวตราบเท่าอายุขัย
                   ธูป หมายถึง พระคุณของพระพุทธเจ้า ๓ ประการ คือ พระบริสุทธิคุณ พระปัญญาธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณ ที่เราทั้งหลายน้อมรำลึกถึงอยู่ ธูปจึงเป็นสัญญลักษณ์แห่งการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
                   เทียน หมายถึง พระธรรมอันแสดงถึงความสว่างไสวประดุจดังประทีปส่องสว่าง ฉะนั้น เทียนจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการบูชาพระธรรม
                    ดอกไม้ หมายถึง ความสวยงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ดอกไม้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการบูชาพระสงฆ์ ซึ่งดอกไม้หลากสีสัน เมื่อนำมาใส่แจกันจัดเป็นดอกไม้จึงทำให้เกิดความสวยสดงดงาม อุปมาดังหมู่สงฆ์ที่มาจากต่างตระกูล ต่างครอบครัวเมื่อมาอยู่ร่วมกันในร่มพระพุทธศาสนาแล้วก็ก่อให้กิดความงดงามอย่างยิ่ง
                     แผ่นทอง หมายถึง ธรรมดาว่า ทองคำ เป็นคุณชาติที่สูงค่าที่นำมาปิดองค์พระ ลูกนิมิต ช่อฟ้า เป็นเครื่อง แสดงให้เห็นถึงความยกย่อง เชิดชูบูชาด้วยใจที่สูงส่ง ผลานิสงส์ย่อมอำนวยผลให้ได้ผลสำเร็จในสิ่งที่เป็น ความงามโดยประการทั้งปวง
                      สมุดแผ่นกระดาษ ดินสอ สำหรับจดบันทึกจารึกสิ่งต่าง ๆ ไว้ หมายถึง ความเป็นผู้ทรงจำดี ไม่มีหลงลืมเลือน

                        สำหรับ วัดพระธรรมกายจะมีการฝังลูกนิมิต จำนวน 108 ลูก  ในวันที่ 7  กรกฎาคม  พ.ศ.  2562  นี้    



                   วัดพระธรรมกายมีการสร้างอุโบสถหรือโบสถ์มาตั้งแต่ปี 2520 เสร็จสมบูรณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2525 

                      เนื่องจากทางวัดฯ  มีพระภิกษุ  อยู่จำพรรษา เป็นจำนวนมาก  เมื่อถึงเวลาที่พระสงฆ์ ลงอุโบสถ  เพื่อประพิธีสังฆกรรม เช่นทบทวนปาฏิโมกข์  การบวชพระ 
การกรานกฐิน และการปวารณากรรม เป็นต้น   พระภิกษุ  โดนแดดบ้าง  โดนฝนบ้าง  ทำให้พระภิกษุมาความลำบากในการประกอบพิธีกรรมของสงฆ์  ทำให้มีดำริให้ขยายพื้นที่ของอุโบสถเดิม  ให้รองรับพระภิกษุที่มาร่วมทำสังฆกรรม ได้จำนวนหลายพันรูปได้ อุโบสถพระไตรปิฎก   จึงได้เริ่มขึ้นในต้นปี 2560 

                 อุโบสถพระไตรปิฎก หลังนี้ จะเป็นที่รวมของพระไตรปิฎก 8 ฉบับ 5 ภาษา อีกทั้งยังเป็นที่กันแดดกันฝนให้สำหรับพระภิกษุสงฆ์ผู้มาทำสังฆกรรมร่วมกัน  ได้มีพิธีเปิดม่านมงคลบรมจักรพรรดิไปแล้ว ในวันที่ 22 เมษายน  ที่ผ่านมา

                   
                   อุโบสถพระไตรปิฎก หลังนี้  มีความสำคัญมาก เพราะเป็นอุโบสถที่ใช้ บวชพระสงฆ์ในการสืบอายุพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก  และเป็นที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางพระศาสนา   เมื่อสงฆ์มีการรวมตัวกัน  ก็เท่ากับทำให้พระศาสนามีความมั่นคง ยั่งยืนสืบไป
                   สำหรับผู้ที่ได้ทำบุญในครั้งนี้ จะมีอานิสงส์จะนับจะประมาณมิได้  อาทิเช่น จะทำให้นึกนิมิต ได้ง่าย จะเข้าถึงธรรมได้ง่าย  พระเดชพระคุณ หลวงปู่ฯ ท่านให้เอามาเป็น “นิมิต“ ให้นึกเป็นดวงใส ๆ ซึ่งใหม่ๆ อาจจะยังไม่ใส ก็ให้นึกแบบนี้ไปก่อน นอกจากนี้ยัง ทำให้เราเข้าไปเชื่อมโยงกับพระในตัวของเราได้ ดังนั้น...ไม่ควรพลาดบุญใหญ่อย่างนี้ 

                  เพราะฉะนั้นขอเชิญนักสร้างบารมีทุกท่านร่วมเป็นเจ้าของบุญผูกพัทธสีมา ฝังลูกนิมิต ณ  อุโบสถพระไตรปิฎก วัดพระธรรมกาย ปทุมธานี ด้วยกันนะคะ   








วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ผลบุญเป็นของทุกท่าน ผลงานเป็นของทุกคน.

               #โครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย ประจำปี2562    ได้สิ้นสุดโครงการอบรม แล้ว  

              โครงการเริ่มตั้งแต่ 30 มีนาคม - 30 เมษายน  พ.ศ.  2562  รวมเวลาทั้งสิ้น  1  เดือนเต็ม  ที่วัดพระธรรมกาย 

                  สามเณร ...ได้มาฝึก กิจวัตร และกิจกรรมร่วมกัน  และที่สำคัญ  ได้ปฏิบัติ  โดยมีพระพี่อาจารย์ติวเรื่องธรรมะปฏิบัติให้ด้วย 

                  สิ่งที่สามเณร ...ได้เรียนรู้ไปนั้น  มีหลายเรื่อง  เช่น แบบอย่างที่ดี ๆ ของสามเณรต้นแบบ 14 อรหันต์  .....การปลูกฝังนิสัยที่ดี  ผ่านกิจวัตรประจำวัน ...ฝึกบริหารเวลา ...ช่วยเหลือและพึ่งพาตนเอง  ...ทำงานเป็นทีม...คิดเป็น  แก้ปัญหาได้ ....ฝึกสมาธิ  พัฒนาไอคิว  และอีคิว  

                    การบวชในครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้  อาศัยเหตุและปัจจัยหลายอย่างด้วย  ต้องขออนุโมทนาบุญกับทุกส่วนงาน และ ขออนุโมทนาบุญ กับ คณะพระอาจารย์ พระพี่เลี้ยง เจ้าหน้าที่ ทุกรูป/คน ที่ยังงานพระศาสนาชิ้นนี้ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และผู้นำบุญทุกคนที่ชวนเยาวชนจากทั่วประเทศ มาบวช 

                   รวมทั้ง คณะเจ้าภาพ ภัตตาหาร ปานะ ประจำวันที่มาถวายไม่ขาดสายในทุกๆวัน เฮงๆ รวยๆ ตลอดไปเทอญฯ
.................................

ทบทวนความปลื้ม  
ยิ่งดูก็ยิ่งแสนปลื้ม








                     ขอน้อมนำบุญนี้ ถวายแด่หลวงพ่อทั้ง2  ผู้เป็นที่เคารพรักยิ่ง อย่างสูงสุดของลูกๆ  ขอให้หลวงพ่อทั้ง 2 สุขภาพแข็งแรง  อายุขัยยืนยาว  เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรให้กับลูก ๆ นาน ๆ ด้วยเทอญ....
...................................


ครูบาบุญชุ่ม  “เข้าถ้ำปิดวาจา  3 ปี 3 เดือน  3 วัน”

ศิษย์นับหมื่นร่วมส่ง 



               เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 เม.ย.2562  เฟซบุ๊ก "สาย เลือน แลง"  ได้โพสต์ข้อความแจ้งว่า  พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ เข้าปฏิบัติธรรมกรรมฐานปิดวาจา 3 ปี 3 เดือน 3 วัน ณ ถ้ำเมืองแก็ด รัฐฉาน ประเทศเมียนมา เมื่อคืนวันที่ 28 เม.ย.2562 แล้ว


              ทั้งนี้เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ชาวพุทธ หลายชาติพันธุ์ นับหมื่นคน ได้ร่วมส่งพระครูบาบุญชุ่ม เต็มบริเวณลานหน้าถ้ำแก็ด เมืองสาด รัฐฉาน ประเทศเมียนมา 

               ในโอกาสนี้พระครูบาบุญชุ่มได้แสดงธรรมโปรด ความว่า #เกิดมาแล้วทำให้ดีสามอย่าง ชีวิตจะดีที่สุด เลิศที่สุด ใจดี พูดดี ทำดี

              เป้าหมายสูงสุดของความเป็นมนุษย์คืออะไร เกิดมาแล้วเราต้องทำอะไรจึงจะทำให้ชีวิตดี มีความสุข มีความสำเร็จ อย่ามัวเมามาขอแต่ของดีจากพระ จงทำดีเอาคนเดียว

              ท้ายที่สุดนี้...เราขอเราขอเมตตาให้ทุกท่าน จงเป็นผู้มีสติมีปัญญา พาตนให้พ้นทุกข์ในวัฏฏะสงสาร ให้ถึงพระนิพพานอันเป็นอมตะสุขยิ่ง 

              หลังจากนั้นได้เดินทางเข้าถ้ำท่ามกลางเสียงสาธุ สาธุ ดังสนั่นทั่วบริเวณ
  
ที่มา : เฟซบุ๊ก สาย เลือน แลง

วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2562



ทบทวนบุญ วันที่ 22 เมษายน  
                      ตั้งแต่ปี 2539  จนถึง ปี 2562  ดังนี้  


                     วันที่ 22  เมษายน พ.ศ.  2539   มูลนิธิธรรมกายเซ็น
สัญญาร่วมมือกับสมาคมบาลีปกรณ์ ประเทศอังกฤษ เพื่อสร้างพระ
ไตรปิฎกคอมพิวเตอร์อักษรโรมันในรูปแบบซีดี-รอม 
   
                    วันที่ 22  เมษายน พ.ศ.  2540  พิธีบวชตลอดชีวิต
อุบาสก 2 ท่าน คืออุบาสก สถาพร สุนทรวิทยา และอุบาสก
นิโคลัส ซีวูด  
                    
                     วันที่ 22  เมษายน พ.ศ. 2541   พิธีหล่อพระธรรมกาย
ประจำตัวด้วยทองคำ จารึกชื่อ "พระราชภาวนาวิสุทธิ์"  ณ บริเวณ
หน้าอุโบสถ วัดพระธรรมกาย    
               
                     วันที่ 22  เมษายน พ.ศ.  2542    พิธีมอบทุนการ
ศึกษาธรรมแด่พระภิกษุ-สามเณร จำนวนกว่า 1 แสนรูป ทั่วประเทศ
และการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า “พระแท้” ครั้งที่ 1 สำหรับ
พระภิกษุ-สามเณร
                    
                     วันที่ 22  เมษายน พ.ศ.   2543  พิธีฉลองมหา
ธรรมกายเจดีย์ ครั้งที่ 1         
         
                     วันที่ 22  เมษายน พ.ศ.  2544   พิธีถวายทุนการ
ศึกษาแด่พระภิกษุและสามเณร จำนวนกว่า 100,000 รูป ทั่วประเทศ
 และการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า พระแท้ ครั้งที่ 2  
                    
                     วันที่ 22  เมษายน พ.ศ.  2545  พิธีถวายปัจจัย
ไทยธรรมเป็นสังฆทาน แด่พระเถรานุเถระ จำนวน 3,000 กว่าวัด
ทั่วประเทศ  และพิธีตอกเสาเข็มต้นสุดท้ายของมหาวิหารคุณยาย
อาจารย์  ซึ่งมีจำนวน 557 ต้น 
                      
                    วันที่ 22  เมษายน พ.ศ.  2546   พิธีตอกเสาเข็มต้น
สุดท้าย สร้างหอฉันคุณยาย
                     
                    วันที่ 22  เมษายน พ.ศ. 2547  พิธีหล่อพระสามแสน
องค์ สามแสนปลื้ม 
เปิดใช้หอฉันจริง ๆ เป็นครั้งแรก  
                   

                     วันที่ 22  เมษายน พ.ศ. 2548  พิธีมอบรางวัล
มหาตมะ คานธี เพื่อสันติภาพแด่พระราชภาวนาวิสุทธิ์
(หลวงพ่อธัมมชโย)     
                
                     วันที่ 22  เมษายน พ.ศ.  2549  ถวายไทยธรรม
1 หมื่น  เวียนประทักษิณรอบมหาวิหารคด ครั้งแรก   พิธีหล่อ
พระธรรมกายประจำตัว ณ ลานธรรม         

                     วันที่ 22  เมษายน พ.ศ.  2550  ถวายไทยธรรม
 2 หมื่น วัดทั่วประเทศ
  พิธีหล่อพระแสนองค์ แสนปลื้ม   
             

                     วันที่ 22  เมษายน พ.ศ.  2551   ถวายไทยธรรม
 2 หมื่น วัดทั่วประเทศ
พิธีหล่อพระธรรมกายประจำตัว   
            

                      วันที่ 22  เมษายน พ.ศ. 2552  ตัวแทนคณะ
กรรมการศาสนา ถวายโล่แด่พระราชภาวนาวิสุทธิ์   
                 
                      วันที่ 22  เมษายน พ.ศ. 2553  พิธีบวชอุบาสิกา
แก้ว 5 แสนคน 
                 
                       วันที่ 22  เมษายน พ.ศ. 2554  พิธีอธิษฐานจิต
 ถวายองค์พระธรรมกายประจำตัว ณ ลานธรรม  
                 
                       วันที่ 22  เมษายน พ.ศ. 2555  ถวายไทยธรรม
2 หมื่นวัด  พิธีหล่อรูปเหมือนทองคำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร
       
            
                        วันที่ 22  เมษายน พ.ศ.  2556  อัญเชิญรูปหล่อ
ทองคำพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร เวียน
ประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์ 1 รอบ 
              
                        วันที่ 22  เมษายน พ.ศ.  2557   ถวายไทยธรรม
3 หมื่นวัดทั่วประเทศ พิธีหล่อรูปเหมือนทองคำคุณยายอาจารย์
มหารัตนอุบาสิกาจันทร์   ขนนกยูง องค์ที่ 2


                        วันที่ 22  เมษายน พ.ศ. 2558  พิธีตอกเสาเข็ม
ต้นสุดท้าย สร้างอาคารบุญรักษา

                       
                    วันที่ 22  เมษายน พ.ศ.  2559   พิธีหล่อรูปเหมือน
ทองคำคุณยายอาจารย์ องค์ที่ 3
                      
                        วันที่ 22  เมษายน พ.ศ. 2560    ทอดผ้าป่า
ธรรมชัย

                       
                        วันที่ 22  เมษายน พ.ศ. 2561   พิธีตอกเสาเข็ม
มงคลต้นแรกสถาปนาเกาะแก้วเจดีย์สวรรค์ ณ บริเวณพื้นที่ 196 ไร่
(สร้างแทนหอเทียน)


.................................................
                         
                        

  
















                        วันที่ 22 เมษายน  พ.ศ. 2562  มีกิจกรรมบุญดังต่อไปนี้

ภาคเช้า : ณ ลานธรรม


06.00 น. พิธีตักบาตรฉลองสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย (จำนวน เกิน 10,000 รูป)

โดยแบ่งกลุ่มสามเณร เป็น 4 กลุ่ม  สามเณรแต่ละไซด์จะบิณฑบาตตามสาย ดังนี้
กลุ่ม 1. สายที่ 10-11 สามเณรไซด์ 2 โซนใต้ 1 และอีสาน 3 
กลุ่ม 2. สายที่ 12-15 สามเณรไซด์ 1 โซนตะวันออก 
กลุ่ม 3. สายที่ 16-20 สามเณรไซด์ 10 โซนกรุงเทพฯ และสมุทรปราการ 
กลุ่ม 4. สายที่ 21-23 สามเณรไซด์ 9 โซนใต้ 2 และกลาง 1


               สามเณร ได้เข้ามาอบรม 10 วันเศษ  มีความงดงาม สง่างาม สมเป็น หน่อเนื้อ เชื้อไข ของพระจอมไตร  จริง ๆ   ...สามเณรเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูพระศาสนา ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป 


ภาคสาย : ณ สภาธรรมกายสากล
09.30 น. ปฏิบัติธรรม พิธีถวายภัตตาหาร  ณ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย   อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี  






ภาคบ่าย : สภาธรรมกายสากล
13.00 น. พิธีทอดผ้าป่าเพื่อบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย
















ภาคเย็น : ณ อุโบสถ
17.45 น. พิธีเปิดม่านมงคลบรมจักรพรรดิโบสถ์พระไตรปิฎก
18.30 น.พิธีจุดประทีป และพิธีเวียนประทักษิณ
19.15 น. พิธีฉลองชัยสวดธรรมจักร ครบ 1,222,222,562 จบ



















กราบอนุโมทนาบุญค่ะ

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562

ดีเดย์พรุ่งนี้ ! 

พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรมมีผลบังคับใช้แล้ว


                          หลังจากเมื่อเร็ว ๆ นี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติรับรองร่างพระราชบัญญัติพระปริยัติธรรมด้วยมติเป็นเอกฉันท์แล้ว วันนี้าชกิจจานุเบกษาลงประกาศแล้วและให้มีผลบังคับใช้พระราชบัญญัติพระปริยัติธรรมฉบับนี้ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ซึ่งถือว่าเป็นศักราชใหม่แห่งวงการคณะสงฆ์ไทย


                         เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่โบราณราชประเพณี สถาบันพระพุทธศาสนามีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษาของชาติมาโดยตลอด ซึ่งคณะสงฆ์ได้ดำเนินการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมอันเป็นส่วนเฉพาะของการศึกษาของคณะสงฆ์ควบคู่กันไปกับการศึกษาวิชาสามัญ


                     ดังนั้น เพื่อให้การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมได้รับการสนับสนุนส่งเสริมด้วยดีจากภาครัฐ และสามารถบริหารจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองนโยบายการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์และของชาติได้เป็นอย่างดี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้







ชนะวิกฤต​ Covid-19 ด้วยการสวดมนต์เป็นไปได้จริงหรือไม่

ชนะวิกฤต​ Covid-19   ด้วยการสวดมนต์เป็นไปได้จริงหรือไม่       ช่วงนี้คงได้ข่าวเกี่ยวกับ รมต.สำนักนายก ได้เสนอให้มหาเถรสมาคม  ถ่ายท...